เหตุผลที่นักเรียนควรใช้เวลาว่างในการทำงานพาร์ทไทม์

การทำงานพาร์ทไทม์ หรือ ที่เรียกกันว่าการทำงานแบบไม่เต็มเวลานั้น นับว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมีรายได้เสริมแล้ว ยังช่วยฝึกให้ตัวเองมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะการทำงานพาร์ทไทม์นั้นลูกจ้างจะต้องมีความรับผิดชอบ เข้างานและทำงานตามระยะเวลาที่กำหนด

การทำงานพาร์ทไทม์ นับว่าเป็นการฝึกประสบการณ์ชีวิตให้กับนักเรียนได้อย่างดี เพราะในโลกของการทำงานนั้น มีความแตกต่างจากวิถีชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างมาก เพราะในฐานะครูบาอาจารย์ เรามักจะอะลุ่มอล่วยให้กับความไม่รับผิดชอบของนักเรียน เพราะเห็นว่าเป็นนักเรียน แต่สำหรับในโลกของการทำงานนายจ้างจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้และลูกจ้างที่ขาดความรับผิดชอบก็ต้องรับผลของความไม่รับผิดชอบนั้นอย่างแน่นอน

 

ปัจจุบันทางภาครัฐมีการสนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสทำงานพาร์ทไทม์อย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยปัจจุบันมีการกำหนดว่าผู้ที่จะทำงานพาร์ทไทม์ได้นั้น จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี โดยทำงานได้สูงสุดไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวันและไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงปิดภาคเรียน ส่วนในช่วงเวลาเปิดเทอมตามปกติ สามารถทำงานได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ในวันธรรมดา และ 6 ชั่วโมง ในวันหยุด

 สำหรับรายได้ในการทำงานพาร์ทไทม์นั้น ถ้าทำงานในหน่วยงานของรัฐจะตกวันละ 300 บาท สำหรับการทำงาน 7 ชั่วโมงและ 150 บาทสำหรับการทำงานไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ส่วนในหน่วยงานเอกชน กำหนดให้รายได้ไม่ต่ำกว่า 40 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งงานที่อนุญาตให้นักเรียนทำได้นั้น จะต้องมีความปลอดภัยและไม่เสี่ยงอันตราย โดยห้ามเป็นการพนัน โรงฆ่าสัตว์ รวมถึงผับบาร์ ร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งนักเรียนที่สนใจสามารถไปติดต่อกรมการจัดหางานประจำจังหวัดซึ่งจะมีนายจ้างที่สนใจเข้ามาเสนองานให้ หรือจะสมัครงานกับหน่วยงานที่เปิดรับได้ตามความสนใจ

             

สำหรับประโยชน์ของการทำงานพาร์ทไทม์นั้น มีดังนี้

       1. มีเงินพิเศษ ในการทำงานสิ่งที่เราทุกคนปรารถนาคือรายได้ การทำงานพาร์ทไทม์ก็เช่นกัน แม้ว่ารายได้สำหรับงานที่นักเรียนทำได้นั้น อาจไม่เทียบเท่ากับการทำงานประจำ แต่ก็มากพอที่นักเรียนจะใช้สอย และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
       2. เรียนรู้ที่จะใช้เงิน การได้เงินมาทุกบาททุกสตางค์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ได้ดีที่สุดคือคนที่ทำงาน ดังนั้นแทนที่จะสอนให้นักเรียนไม่ฟุ่มเฟือย ลองให้เขาได้ทำงานพาร์ทไทม์ดู และเขาจะเรียนรู้เองว่า การจ่ายเงินไปในแต่ละครั้ง มันต้องแลกด้วยอะไรมาบ้าง
       3. ฝึกทักษะ การทำงานพิเศษพาร์ทไทม์ โดยเฉพาะกับงานที่เราสนใจและชื่นชอบ นับเป็นการฝึกทักษะให้กับตัวเองได้อย่างดี ซึ่งการฝึกทักษะตรงนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการทำงานตรงนี้แล้ว ยังเป็นประโยชน์กับการทำงานในอนาคต เพราะถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้น
       4. สั่งสมความมั่นใจ การทำงานในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปจากการเรียน ช่วยสร้างให้นักเรียนเกิดความมั่นใจ ยิ่งนักเรียนทำงานได้ดีมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเอง และมีความมั่นใจในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น
       5. มีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นมากขึ้น การทำงาน โดยเฉพาะงานบริการต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า นายจ้าง หรือแม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งการได้เริ่มต้นทำงาน แม้ในส่วนเล็ก ๆ ก็ช่วยส่งเสริมตรงส่วนนี้ ทำให้นักเรียนสามารถปรับตัวและโต้ตอบกับแต่ละคนที่มีบุคลิกแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสมและเป็นผลดีกับตัวเอง
       6. เรียนรู้ในการจัดสรรเวลา หนึ่งในความรับผิดชอบในการทำงานคือ การจัดสรรเวลา การทำงานพาร์ทไทม์คือการนำเวลาว่างมาทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง จึงจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบและรู้จักบริหารเวลาให้เป็น เพราะถ้าขาดความรับผิดชอบหรือบริหารเวลาผิดพลาดแล้ว ก็จะส่งผลให้เราเสียงานได้ จึงควรใส่ใจในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

       7. ส่วนลดและสิทธิพิเศษ หลายหน่วยงานมักจะมอบสิทธิพิเศษให้กับพนักงานสำหรับซื้อสินค้าหรือมาใช้บริการในฐานะลูกค้า เช่น ให้ส่วนลด หรือ บริการฟรีต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือผลพลอยได้จากการทำงาน และเป็นประโยชน์อย่างมากถ้าหน่วยงานที่เราทำงานพาร์ทไทม์นั้น คือหน่วยงานที่เราใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ และแม้ว่าหน่วยงานที่เราทำงานพาร์ทไทม์อยู่จะไม่ได้มอบสิทธิพิเศษอะไรให้ แต่ถ้ามันเป็นงานที่เหมาะสมกับตัวเรา ก็ถือว่าเป็นประโยชน์เราอยู่ดี
       8. มีเครือข่ายในการทำงาน ทุกวันนี้ ในโลกการทำงานเครือข่ายในการทำงานนั้น มีความสำคัญที่สุด คนที่มีเครือข่ายในวงการ โดยเฉพาะในส่วนงานที่เราสนใจมาก ก็จะมีโอกาสได้งานมากกว่าคนทั่วไป และยิ่งถ้าแสดงฝีมือในการทำงานไว้ดี ไม่แน่จากการเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในตอนนี้ อาจกลายเป็นพนักงานประจำในอนาคตก็เป็นได้ ดังนั้นการให้นักเรียนได้เริ่มต้นทำงานพาร์ทไทม์ จะทำให้พวกเขาได้รู้จักเพื่อนใหม่ในสายงานหรือที่มีความสนใจเดียวกันและมีเครือข่ายสำหรับชีวิตการทำงานในอนาคตได้ด้วย
       9. ได้มีประสบการณ์ในการทำงานและมีแรงบันดาลใจมากขึ้น เวลาไปสมัครงาน หนึ่งในตัวชี้วัดว่าคุณจะได้งานหรือไม่คือ ประสบการณ์ในการทำงาน ผู้ที่ผ่านการทำงานมาก่อน จะมีภาษีดีกว่า คนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน และจะดีมากถ้าประสบการณ์ทำงานนั้นมีใบรับรองพ่วงมาด้วย

       10. มีสุขภาพดี การทำงานคือสร้างให้เรามีความกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งทำให้เรากระฉับกระเฉงและมีสุขภาพที่ดีมากกว่า การนอนอยู่บ้านเฉย ๆ

จากทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าการทำงานพาร์ทไทม์นั้นให้ประโยชน์กับนักเรียนอยู่หลายประการ เป็นการส่งเสริมให้พวกเขาได้เผชิญโลกความเป็นจริงอย่างเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่จะใช้ชีวิตแบบเด็ก ๆ ซึ่งมีประโยชน์กว่าให้เขานอนเล่นอยู่ที่บ้านอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย : นรรัชต์  ฝันเชียร